ใช้กับเกรดชาไหนบ้าง![]()
การผลิตชาเขียวที่เคยเล่าไว้เรื่องการคลุมชาเริ่มจากชาวไร่อูจิหัวใสก๊อปปี้การปลูกชาโดยการคลุมชา บังแดดเลียนแบบธรรมชาติที่เขาทากาโนะโอ ที่เค้าว่าเป็นแหล่งผลิตชาที่ดีที่สุด
การคลุมชานั้นไม่ได้ใช้กับชาญี่ปุ่นทุกชนิดนะคะ ใช้กับบางชนิดเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นอูมามิ เช่น Kabusecha, Gyokuro, Tencha (ที่โม่ใบมาเป็น Matcha), Sencha บางตัว (Sencha ที่ไม่คลุม ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ นั้นเค้าจำแนกว่าเป็น Road-side Sencha)
เพราะว่าการคลุมบังแดดนั้น เป็นการกดดันต้นไม้ให้พยายามสังเคราะห์แสงมากขึ้น ยับยั้งการเเปร Amino acid เป็น Catechin
โดยการตัดแสงอาทิตย์นี้ทำให้ใบชาแบนลง ใบนุ่มลง และสีเข้มขึ้น เพราะได้รับแสงไม่เพียงพอใบชาจำเป็นต้องพยายามแบบออกให้มากที่สุดเพื่อรับแสงที่น้อยนิด เมื่อใบพยายามกางออกให้มากใบชาก็จะบางลง แม้ใบจะขยายใหญ่ขึ้นแค่ไหนมันก็จะไม่หยาบกระด้าง
ลักษณะใบแบบนี้เป็นที่ต้องตาผู้ผลิต Matcha และ Gyokuro อย่างมาก ใบต้องสีเข้ม นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ถึงจะดี
จะบอกว่าการคลุมต้นชาทั้งหลายที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากการคลุมโดยใช้ฟางในสมัยก่อน แต่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว การบริโภคมากขึ้น ถ้าไร่ยังใช้ฟางอยู่คงจะผลิตไม่ทันเป็นแน่ แถมค่าแรงสูงอีก ดังนั้นการผลิตในภาคอุตสาหกรรมชาญี่ปุ่นจึงมีวิธีใหม่หลายวิธี เพื่อตอบสนองความต้องการตลาด (จุดนี้เห็นชัดเลยว่า จ่ายเท่าไหร่… ได้เท่านั้น)
Straw Canopy (Honzu Hifuku)
ส่วนใหญ่ใช้ในการคลุมชาที่ไว้ทำ Gyokuro , Tencha (Matcha) ลักษณะเป็นแบบชั้นตั้งขึ้นขึ้นโครงด้วยไม้ เมื่อเริ่มเห็นยอดชาแล้วจึงนำต้นไผ่แบด้านบนขึ้นเป็นหลังคา เพื่อบังแดดให้มืดประมาน 55-60% หลังจากนั้น 7-10 วันจึงตามด้วยฟางเพื่อให้บังมิดชิดมากขึ้นอีกที (พื้นที่ 10 arces ใช้ฟางถึง 700 กิโล) บังให้มืดถึง 95-98% ถือว่ามืดมาก เป็นเวลาอีก 10 วัน
หลังใช้งานเสร็จก็เก็บออกหมด ส่วนฟางก็เอาไปทำปุ๋ยวางเป็นทางช่วยคุมอุณหภูมิในไร่ได้อีกด้วย
จุดเด่นของการใช้วัสดุธรรมชาตินี้ก็คือ ความโปร่ง ถ่ายเทกว่าและชาจะได้รับกลิ่นของไผ่ ฟาง ไม้อื่นๆ อีกทั้งเวลาฝนตกพวกสารอาหารก็จะชะล้างไหลลงไปในดินที่ปลูก ผลผลิตออกมาจะมีความพิเศษแบบที่วิธีอื่นให้ไม่ได้
ชาที่ทำโดยวิธีนี้จะเป็นชาคุณภาพสูงของทางไร่ หรือไม่ก็ชาที่เกรดนำส่งไปแข่งขันเลย วิธีนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่เก่าแก่ที่สุด และใช้แรงงานมากที่สุด
Cheesecloth canopy (寒冷紗 Kanreisha)
วิธีนี้จะใช้แรงงานน้อยลงหน่อย เป็นการดัดแปลงให้เข้ากับอุตสาหกรรม ผ้าที่ใช้ก็จะเป็นผ้าคลุมบางๆส่วนใหญ่มักสังเคราะห์แต่ละคนแต่ละแบบ สีดำก็ประมาณผ้าคลุมก่อสร้าง 55 มีการคลุมแบบ 3 แบบด้วยกัน
แบบที่ 1 : Dual-layered cheesecloth canopy (棚型二段被覆 Tanagata nidan Hifuku)
แบบนี้จะใช้คลุมต้นชาที่ทำ Gyokuro และ Tencha แบบนี้จะคล้ายๆวิธีดั้งเดิมแต่จะใช้เหล็กตั้งขึ้นแล้ววางผ้าคลุมลงแนวทำหลังคา โดยมีเหล็กทอคอยรั้งผ้า โดยโครงเหล็กที่ตั้งนี้จะตั้งนานแรมปี ไม่เก็บกลับหลังเก็บเกี่ยวเหมือนแบบดั้งเดิมที่ใช้ไม้ทำโครง เวลาจะใช้อีกทีก็กางผ้าคลุมพอ ไม่เปลืองแรง ใช้ทนนานแบบนี้จะใช้ทำชาเกรดสูง ถึงกลางแบบเข้าถึงได้
แบบที่ 2: Tunnel canopy (トンネル被覆 Tonneru Hifuku)
เป็นวิธีที่มักใช้ในการทำ Kabusecha คือการนำโครงเหล็งโค้งครอบต้นชาที่ปลูกเป็นแถว คลุมให้เหลือแสงประมาณ 60-75% เป็นเวลา 7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยว การคลุมแบบนี้ก็ยังคงใช้แรงงานเยอะอยู่ เพราะกว่าจะมา Set up ทำโครงเปิดปิดผ้า ตั้งเสาเอย
แบบที่ 3: Direct blanketing (直接被服 Chokusetsu Hifuku)
การคลุมแบบลงไปตรงๆเลย เป็นวิธีที่เปลืองแรงน้อยที่สุด วิธีนี้ใช้กับชา Gyokuro, Tencha, Kabusecha เกรดล่าง ข้อเสียการใช้วิธีแบบนี้ผู้เขียนไม่ได้ระบุ แต่แอดคาดว่ามันทำให้ใบชาเสียรูปทรงแน่นอน ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติหรือยังไงต้องหาข้อมูลต่อไป เพื่อนชามีปสก. มาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ ![]()
เรื่องการคลุมแบบออริจินัลหรือแบบใหม่ แล้วแต่บางไร่เลยนะคะ เพราะลองถามร้านชาบอกว่าชาที่ยาเมะมักใช้แบบใหม่ อูจิจะใช้แบบดั้งเดิม คือใช้วัสดุธรรมชาติ แต่อีกร้านก็พูดไม่เหมือนกัน ต้องไปดูที่ไร่
เรื่องชา Gyokuro จะมีบางตัวที่มีชื่อ Dento คือการใช้วิธีดั้งเดิม คือใช้ไผ่ใช้ฟางวัสดุธรรมชาติ มีการคัดเลือกอย่าชัดเจนว่าต้องทำแบบไหนๆถึงใช้ชื่อนี้ได้ (Yosuke-san บอก) บางคนก็บอกว่ามันเป็นแค่ชื่อ exclusive ที่ทางยาเมะตั้งมาเองเพื่อแข่งกับอูจิ เฉยๆเกรดดีแหละแต่ว่าไม่ได้พิเศษ
อันนี้ต้องเทียบอย่างเดียวเลยว่าความที่มัน Dento กับไม่ Dento มันพิเศษอย่างไร แอดมี Dento Hon Gyokuro จาก Yame และจาก Uji ว่าจะเอามาเทียบอยู่… แต่ขาดคนนั่งเม้าด้วย 5555 เมื่อไหร่โควิดจะไปซะที TvTเรื่อง Dento Gyokuro เดี๋ยวไปหาข้อมูลเพิ่ม…ไปละป้ายยาไว้ก่อน…
![]()
เรียบเรียงและแปลโดยแอด จาก Story of Japanese Tea by Tyas Sosen หน้า 14-18
อ่านเพิ่มเติม (ENG)









